ไม่ว่าตลาดจะผันผวนแค่ไหน เรายังมีทางเลือกที่จะลงทุนได้เสมอ

บทความ.jpg

สวัสดีครับ เริ่มต้นปีแบบนี้ผมอยากแบ่งปันแนวทางการลงทุนเผื่อจะเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านบ้าง ปีที่ผ่านมา เป็นอีกหนึ่งปีที่ลงทุนยากเพราะตลาดผันผวนอย่างแรง ต้นปีตลาดหุ้นไทยขึ้นไปสูงสุดถึง 1,838 จุด และ ณ วันทำการสุดท้ายของปีปิดที่ 1576 จุด SET index – 10.82% โดยมีการคาดการณ์จากหลายๆ สำนักว่าปีหมู 2562 นี้ การลงทุนคงไม่หมูแน่นอน นักลงทุนมีโอกาสเจอกับความผันผวนสูง อาจจะยิ่งกว่าปีที่แล้วก็ได้ และก็มีคำถามตามมาว่า “แล้วเราจะมีวิธีการหรือแนวทางการลงทุนอย่างไรบ้าง ในสภาวะตลาดผันผวน?”

ถ้าคาดการณ์ว่า อนาคตไม่ไกลนี้เรามีโอกาสจะเจอกับสภาวะตลาดผันผวน นักลงทุนยังมีเครื่องมือเพื่อการป้องกันความเสี่ยง เช่น

1.      สำหรับนักลงทุนที่ไม่สามารถรับความเสี่ยงสูงได้ สามารถปรับพอร์ตการลงทุนไปลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นหรือ ถ้าเป็นนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้ แนะนำกระจายความเสี่ยงไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มี Negative Correlation กับตลาด หรือสินทรัพย์ที่ผันผวนในทิศทางตรงข้ามกับตลาดในระยะสั้น เช่น ทองคำมากขึ้น จะเห็นได้ว่าในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา SET Index  ลบประมาณ 9% แต่ทองคำบวก 8.5%

2.      การใช้อนุพันธ์ในการป้องกันความเสี่ยง โดยนักลงทุนควรขอคำแนะนำกับที่ปรึกษาการลงทุนผู้เชี่ยวชาญว่าควรลงทุนอย่างไร ในต่างประเทศการใช้อนุพันธ์ Put Option ในการป้องกันความเสี่ยงเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะนักลงทุนที่มีความรู้อนุพันธ์สามารถใช้กลยุทธ์ใช้ Option สร้าง Risk Reversal Collar ซึ่งเป็นวิธีป้องกันความเสี่ยงเวลาตลาดตก ภายใต้คอนเซ็ป ลดความเสี่ยง แต่จำกัดกำไรและขาดทุน โดยไม่ต้องจ่ายพรีเมี่ยม

3.      ถ้าไม่อยากลงทุนในอนุพันธ์ สามารถเลือกลงทุนโดยตรงในกองทุน ETF ประเภท Defined outcome ETF ก็ได้ ซึ่ง ETF ประเภทนี้มีการใช้อนุพันธ์ป้องกันความเสี่ยง ซึ่งมีโอกาสได้รับผลประโยชน์เวลาตลาดขึ้น และป้องกันความเสี่ยงไว้ด้วยอยู่แล้ว แต่ผลตอบแทนสูงสุด (Maximum Return) ไม่สูงมากนักและมีค่าธรรมเนียมสูง

เห็นมั้ยครับ ว่ามีหลายวิธีที่สามารถป้องกันความผันผวน โดยนักลงทุนต้องพิจารณาตนเองว่า รับความเสี่ยงได้แค่ไหน ทนอัตราติดลบได้แค่ไหน พร้อมที่จะจ่ายแค่ไหน เงินที่ลงทุนเป็นเงินเย็นหรือไม่

อย่างไรก็ตาม เวลาตลาดตกมากๆ ก็มีข้อดีเหมือนกัน หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Silver Lining เพราะเวลาตลาดตก ตกเพราะ Systemic Risk หมายถึง ทั้งตลาดตก ไม่เกี่ยวกับ พื้นฐาน-ผลประกอบการของบริษัทหรือธุรกิจ แต่ตกเพราะเศรษฐกิจมหภาค รวมถึงการเมืองระหว่างประเทศที่ส่งผลกระทบให้เกิดความกังวล สำหรับคนที่รับความเสี่ยงได้ สามารถซื้อสินทรัพย์ที่ดี มีโอกาสเติบโตสูง แต่เคยราคาแพงเกินไป เช่น หุ้นบริษัทกลุ่มที่เป็น Blue-Chip และธีมการลงทุนที่ยังมีพลังขับเคลื่อนในระยะยาว หรือลงทุนภูมิภาคต่างๆ ที่ยังมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่น่าสนใจและมีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว

ทั้งนี้ การจะตัดสินใจลงทุนในภูมิภาคหรือธีมการลงทุนใดๆ นั้น ต้องดูพอร์ตฟอลิโอแบบภาพรวม ต้องปรับพอร์ตตามความเสี่ยงและความคาดหวัง ซึ่งแนะนำว่า ถ้าอยากทราบว่าความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของคุณอยู่ในระดับไหน ควรใช้บริการที่ปรึกษาการลงทุนมืออาชีพนะครับ

ไม่ว่าตลาดจะผันผวนแค่ไหน เรายังมีทางเลือกที่จะลงทุนได้เสมอ แม้ในสภาวะที่ตลาดผันผวน โดยเฉพาะสำหรับคนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ แต่ทุกคนควรพิจารณาตัวเองอยู่เสมอ

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันศุกร์ที่ 11 มกราคม 2562

Top