Demystifying Investments

megatrend.png

Invest for our Future

เราควรลงทุนอย่างไรในยุคที่มีแต่ความไม่แน่นอน? ตลาดหุ้นไทยปีนี้เต็มไปด้วยความผันผวนและให้ผลตอบแทนไม่สม่ำเสมอเหมือนในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ในขณะที่ปัจจัยภายนอก ความเสี่ยงจากการเมืองโลกที่เกิดจากประเด็นสงครามการค้าโลก และท่ามกลางภาวะแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น ก็ยิ่งทำให้ปีนี้เป็นปีที่ยากมากสำหรับการลงทุน จึงเกิดคำถามตามมาว่า แล้วนักลงทุนอย่างเราควรทำอย่างไรกันดี?
ลองกลับมามองความเป็นจริงในเชิงปัจจัยพื้นฐาน และเรียนรู้ศึกษาจากกูรูแถวหน้าในแวดวงการลงทุน อย่างวอร์เรน บัฟเฟตต์ ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ เขาได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “การปรับพอร์ตไปลงทุนในพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนเพียงแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ต่อปีเพียงอย่างเดียว โดยมองข้ามการลงทุนในหุ้น ไม่ใช่กลยุทธ์ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จได้”
แล้วนักลงทุนอย่างเรามีทางเลือกอะไรบ้าง? เพราะเราอยู่ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการจะลงทุนเพื่ออนาคตจึงต้องไม่ยึดติดกับอดีต เราต้องมองไปยังอนาคตข้างหน้าเท่านั้น

เพื่อสนับสนุนคำกล่าวนี้ ลองมาดูการใช้ข้อมูล Big Data เพื่อรับอานิสงส์จากเมกะเทรนด์ (Mega Trend) หรือแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงธุรกิจโลกกันครับ

Demystifying Investments.png

จากชาร์ตข้างต้น จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าตลาดหุ้นจะขึ้นหรือลง การเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ใหญ่ยังคงดำเนินต่อไป ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วฉับพลัน และสามารถพลิกโฉมระบบธุรกิจโลกไปตลอดกาล เมื่อมีนวัตกรรมเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกใหม่ๆ (Disruptive Technology) เกิดขึ้นควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์และพฤติกรรมผู้บริโภค

การอ่านทิศทางเมกะเทรนด์โลกได้ถูกต้อง และเลือกลงทุนในปัจจัยที่จะผลักดันการเติบโตของแนวโน้มดังกล่าว จะช่วยให้นักลงทุนได้ประโยชน์  ลองมาดูตัวอย่างง่ายๆ ที่เข้าใจได้ไม่ยาก เช่น เรื่องประเด็นความปลอดภัยบนโลกอินเตอร์เน็ต Cybersecurity Ventures เป็นบริษัทวิจัยด้านธุรกิจและความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ชื่อดัง คาดการณ์ว่ามูลค่าความเสียหายจากการก่ออาชญากรรมไซเบอร์ทั่วโลกจะพุ่งสูงถึง 6 ล้านล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯในปี พ.ศ. 2564 ขณะที่สำนักข่าว CNBC รายงานว่า อาชญากรรมไซเบอร์เป็นอาชญากรรมที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในบรรดาอาชญากรรมต่างๆ ในสหรัฐฯ ทั้งนี้ เราสามารถคาดเดาได้ว่า อาชญากรรมไซเบอร์จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามการใช้งานอินเตอร์เน็ตที่เพิ่มมากขึ้นของคนทั่วโลก โดยที่ยังไม่เห็นข้อมูลข้างต้นนี้

จากตัวอย่างเรื่องอาชญากรรมไซเบอร์ เราอาจสรุปได้ว่า แม้นักลงทุนจะทำนายทิศทางตลาดหุ้นไม่ได้ แต่ก็สามารถประมาณการขนาดและการเติบโตของปัจจัยเร่ง ที่มีอิทธิพลต่อการลงทุนได้อย่างมั่นใจ นอกจากนี้ นักลงทุนยังสามารถลดความเสี่ยงเฉพาะตัวที่เกิดขึ้นกับธุรกิจหรือบริษัทนั้นๆ (Idiosyncratic Risk) และความเสี่ยงในเชิงมูลค่า (Valuation Risk) ลงได้ หากมีการกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนที่ดี โดยเน้นลงทุนในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นห่วงโซ่มูลค่า (value chain) รู้แบบนี้แล้ว อย่ามัวยึดติดกับอดีต ให้มองไปยังอนาคตข้างหน้า พร้อมก้าวไปข้างหน้าด้วยกันครับ…Invest for our Future

บทความนี้ เขียนโดย: ติยะชัย ชอง กรรมการผู้จัดการ บลจ. ฟิลลิป เผยแพร่ในหนังสือกรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันศุกร์ที่ 14 ก.ย. 2561

Top