ประกาศการนำส่งของสมนาคุณจากการลงทุนในกองทุน LTF และ RMF

ที่ PAMC 003 / 2019

                                                                                                                                   

                                                                                                            วันที่ 18 มกราคม 2562

               

เรื่อง        นำส่งของสมนาคุณจากการลงทุนในกองทุน LTF และ RMF

               

เรียน       ผู้ถือหน่วยลงทุน

 

                บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม  ฟิลลิป จำกัด (บริษัทจัดการ) ได้จัดโปรโมชั่นลงทุน LTF และ RMF ตลอดปี 2561  ตั้งแต่วันที่  วันที่ 3 มกราคม – 28 ธันวาคม พ.ศ.2561 ได้แก่ กองทุนเปิด ฟิลลิป หุ้นระยะยาว (P-LTF) , กองทุนเปิด ฟิลลิป ผสมเพื่อการเลี้ยงชีพ (PMIXRMF) และ กองทุนเปิดฟิลลิปตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพ (PFIXRMF) ความทราบแล้วนั้น          

               

                บัดนี้บริษัทจัดการ ได้จัดสรรหน่วยลงทุนของกองทุนเปิดฟิลลิปบริหารเงิน (PCASH) ตามที่ได้กำหนดไว้ในโปรโมชั่น    ในวันที่ 18  มกราคม พ.ศ.2562 ให้แก่ท่านนักลงทุนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เอกสารแนบ

ไม่ว่าตลาดจะผันผวนแค่ไหน เรายังมีทางเลือกที่จะลงทุนได้เสมอ

บทความ.jpg

สวัสดีครับ เริ่มต้นปีแบบนี้ผมอยากแบ่งปันแนวทางการลงทุนเผื่อจะเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านบ้าง ปีที่ผ่านมา เป็นอีกหนึ่งปีที่ลงทุนยากเพราะตลาดผันผวนอย่างแรง ต้นปีตลาดหุ้นไทยขึ้นไปสูงสุดถึง 1,838 จุด และ ณ วันทำการสุดท้ายของปีปิดที่ 1576 จุด SET index – 10.82% โดยมีการคาดการณ์จากหลายๆ สำนักว่าปีหมู 2562 นี้ การลงทุนคงไม่หมูแน่นอน นักลงทุนมีโอกาสเจอกับความผันผวนสูง อาจจะยิ่งกว่าปีที่แล้วก็ได้ และก็มีคำถามตามมาว่า “แล้วเราจะมีวิธีการหรือแนวทางการลงทุนอย่างไรบ้าง ในสภาวะตลาดผันผวน?”

ถ้าคาดการณ์ว่า อนาคตไม่ไกลนี้เรามีโอกาสจะเจอกับสภาวะตลาดผันผวน นักลงทุนยังมีเครื่องมือเพื่อการป้องกันความเสี่ยง เช่น

1.      สำหรับนักลงทุนที่ไม่สามารถรับความเสี่ยงสูงได้ สามารถปรับพอร์ตการลงทุนไปลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นหรือ ถ้าเป็นนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้ แนะนำกระจายความเสี่ยงไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มี Negative Correlation กับตลาด หรือสินทรัพย์ที่ผันผวนในทิศทางตรงข้ามกับตลาดในระยะสั้น เช่น ทองคำมากขึ้น จะเห็นได้ว่าในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา SET Index  ลบประมาณ 9% แต่ทองคำบวก 8.5%

2.      การใช้อนุพันธ์ในการป้องกันความเสี่ยง โดยนักลงทุนควรขอคำแนะนำกับที่ปรึกษาการลงทุนผู้เชี่ยวชาญว่าควรลงทุนอย่างไร ในต่างประเทศการใช้อนุพันธ์ Put Option ในการป้องกันความเสี่ยงเป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะนักลงทุนที่มีความรู้อนุพันธ์สามารถใช้กลยุทธ์ใช้ Option สร้าง Risk Reversal Collar ซึ่งเป็นวิธีป้องกันความเสี่ยงเวลาตลาดตก ภายใต้คอนเซ็ป ลดความเสี่ยง แต่จำกัดกำไรและขาดทุน โดยไม่ต้องจ่ายพรีเมี่ยม

3.      ถ้าไม่อยากลงทุนในอนุพันธ์ สามารถเลือกลงทุนโดยตรงในกองทุน ETF ประเภท Defined outcome ETF ก็ได้ ซึ่ง ETF ประเภทนี้มีการใช้อนุพันธ์ป้องกันความเสี่ยง ซึ่งมีโอกาสได้รับผลประโยชน์เวลาตลาดขึ้น และป้องกันความเสี่ยงไว้ด้วยอยู่แล้ว แต่ผลตอบแทนสูงสุด (Maximum Return) ไม่สูงมากนักและมีค่าธรรมเนียมสูง

เห็นมั้ยครับ ว่ามีหลายวิธีที่สามารถป้องกันความผันผวน โดยนักลงทุนต้องพิจารณาตนเองว่า รับความเสี่ยงได้แค่ไหน ทนอัตราติดลบได้แค่ไหน พร้อมที่จะจ่ายแค่ไหน เงินที่ลงทุนเป็นเงินเย็นหรือไม่

อย่างไรก็ตาม เวลาตลาดตกมากๆ ก็มีข้อดีเหมือนกัน หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Silver Lining เพราะเวลาตลาดตก ตกเพราะ Systemic Risk หมายถึง ทั้งตลาดตก ไม่เกี่ยวกับ พื้นฐาน-ผลประกอบการของบริษัทหรือธุรกิจ แต่ตกเพราะเศรษฐกิจมหภาค รวมถึงการเมืองระหว่างประเทศที่ส่งผลกระทบให้เกิดความกังวล สำหรับคนที่รับความเสี่ยงได้ สามารถซื้อสินทรัพย์ที่ดี มีโอกาสเติบโตสูง แต่เคยราคาแพงเกินไป เช่น หุ้นบริษัทกลุ่มที่เป็น Blue-Chip และธีมการลงทุนที่ยังมีพลังขับเคลื่อนในระยะยาว หรือลงทุนภูมิภาคต่างๆ ที่ยังมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่น่าสนใจและมีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว

ทั้งนี้ การจะตัดสินใจลงทุนในภูมิภาคหรือธีมการลงทุนใดๆ นั้น ต้องดูพอร์ตฟอลิโอแบบภาพรวม ต้องปรับพอร์ตตามความเสี่ยงและความคาดหวัง ซึ่งแนะนำว่า ถ้าอยากทราบว่าความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของคุณอยู่ในระดับไหน ควรใช้บริการที่ปรึกษาการลงทุนมืออาชีพนะครับ

ไม่ว่าตลาดจะผันผวนแค่ไหน เรายังมีทางเลือกที่จะลงทุนได้เสมอ แม้ในสภาวะที่ตลาดผันผวน โดยเฉพาะสำหรับคนที่ยอมรับความเสี่ยงได้ แต่ทุกคนควรพิจารณาตัวเองอยู่เสมอ

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันศุกร์ที่ 11 มกราคม 2562

เคธี่ วู๊ด – ผู้หญิงเก่งแห่งโลกการลงทุน เธอคือ 1 ใน 50 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลทางธุรกิจระดับโลก และ 2 กองทุนภายใต้การบริหาร ติด Top 10 กองทุน ETF ที่มีผลประกอบการยอดเยี่ยมแห่งปี*

Catherine.jpg

เคธี วู๊ด ซีอีโอ ของ Ark Investment Management LLC

·       มูลค่าสินทรัพย์ทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ETF ของ Ark เพิ่มสูงขึ้นเกือบ 3 เท่าตัว ด้วยความสำเร็จของการเลือกลงทุนในหุ้นบริษัทเทคโนโลยีของวู๊ด

ขณะที่ผู้จัดการกองทุน ETF กว่า 98% เลือกลงทุนในดัชนีหุ้นหรือพันธบัตร แต่วู๊ดกลับเลือกการลงทุนในเชิงรุกมากกว่า โดยเน้นการลงทุนในธุรกิจที่สร้างความเปลี่ยนแปลงแบบพลิกโฉมการทำธุรกิจในแบบดั้งเดิม และมีการปรับสัดส่วนการลงทุนทุกวัน ซึ่งได้พิสูจน์แล้วว่า กลยุทธ์ของเธอนั้นได้ผล โดย 2 ใน 6 กองทุน ETF ที่เธอบริหาร ติดโผ 10 อันดับกองทุน ETF ที่มีผลประกอบการยอดเยี่ยมแห่งปี จากการคัดเลือกมากกว่า 1,800 กองทุน ซึ่งกองทุนเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดภายใต้การบริหารของวู๊ด สร้างผลตอบแทน 16 % ส่วนอีกกองทุนที่วู๊ดใช้กลยุทธ์เน้นลงทุนในเทคโนโลยีดีเอ็นเอ ให้ผลตอบแทนสูงถึง 18 % ทำให้ดึงดูดกระแสเงินลงทุนจากนักลงทุนเข้ามาเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์ของกองทุน ETF ดังกล่าว พุ่งขึ้นจาก 843  ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นปี 2560 เป็น 2.3 พันล้านดอลลาร์ (มูลค่าสินทรัพย์โดยรวมที่บริหารโดย Ark Investment มีมากกว่า 6.4 พันล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2561 เพิ่มขึ้น 1เท่าตัวจากปีก่อนที่มีอยู่ 3.2 พันล้านดอลลาร์)

หุ้น top pick ของปีนี้ ที่วู๊ด ให้น้ำหนักได้แก่ Invitae Corp. ซึ่งเป็นบริษัทศึกษาวิจัยการทดสอบทางพันธุกรรมที่มีราคาหุ้นเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าตัว และ Juno Therapeutics Inc. บริษัทวิจัยโรคมะเร็ง ซึ่งถูก Celgene Corp. ซื้อไปในราคา 9 พันล้านดอลลาร์ 

สำหรับกองทุนรวมในประเทศไทยที่มีการลงทุนในกองทุน ETF ภายใต้การบริหารของ เคธี วู๊ด ได้แก่ กองทุนเปิดฟิลลิปเวิลด์อินโนเวชั่น (PWIN) ของ บลจ. ฟิลลิป ที่เน้นลงทุนใน 5 ธีมการลงทุน ได้แก่ Cybersecurity, Biotechnology, Internet Innovation, Industrial Innovation และ Esports & Video Game
ข้อมูลกองทุน PWIN  >> https://www.phillipasset.co.th/pwin-data/


ประกาศแก้ไขโครงการกอง PWIN เรื่อง มูลค่าขั้นต่ำในการลงทุนครั้งถัดไป

ประกาศการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการกองทุนเปิดฟิลลิปเวิลด์อินโนเวชั่น (PWIN)

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม ฟิลลิป จากัด ในฐานะบริษัทจัดการ ขอเรียนให้ท่านผู้ถือหน่วยทุกท่านทราบว่า บริษัทฯ ได้รับความเห็นชอบจากผู้ดูแลผลประโยชน์ และ สานักงาน ก.ล.ต. ให้แก้ไขเพิ่มเติมรายละเอียด โครงการจัดการกองทุนเปิดฟิลลิปเวิลด์อินโนเวชั่น (PWIN) โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2561 เป็นต้นไป สรุปสาระสาคัญที่แก้ไขเพิ่มเติมตามหัวข้อในโครงการดังต่อไปนี้

หัวข้อ 2.7. มูลค่าขั้นต่าของการสั่งซื้อครั้งถัดไป

แก้ไขเป็น : มูลค่าขั้นต่าของการสั่งซื้อครั้งถัดไป : 1,000 บาท

มูลค่าขั้นต่าของการสั่งซื้อครั้งถัดไป : 1,000 บาท สาหรับการสั่งซื้อหน่วยลงทุนผ่านบริการตัดบัญชีสม่าเสมอ

หัวข้อ 2.12. รายละเอียดเพิ่มเติม

แก้ไขเป็น : มูลค่าขั้นต่าของการสั่งซื้อครั้งถัดไป : 1,000 บาท สาหรับการสั่งซื้อหน่วยลงทุนผ่านบริการตัดบัญชีสม่าเสมอ

หัวข้อ 6.2.1.3 บริการหักบัญชีสม่าเสมอ

แก้ไขเป็น : ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถใช้วิธีหักเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคาร เพื่อซื้อหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติเป็นประจาตามช่วง เวลาโดยยื่นคาขอใช้บริการได้ที่บริษัทจัดการหรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี)

(1) ผู้ถือหน่วยลงทุนต้องทาการสั่งซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรกเป็นมูลค่าขั้นต่าตามข้อ 2.6 และสามารถทารายการซื้อหน่วยลงทุนครั้งถัดไปด้วยวิธีการหักบัญชีสม่าเสมอเป็นมูลค่าขั้นต่า 1,000 บาท

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.phillipasset.co.th หากท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อได้ที่

บลจ.ฟิลลิป ฝ่ายการตลาด โทรศัพท์ 0-2635-3033 ต่อ 839 ทุกวันในเวลาทาการ

เอกสารเพิ่มเติม

Top